สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี

แสดง 12 จาก 53 รายการ

เทวาลัยพระพรหม
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี
17/02/2564
เทวาลัยพระพรหม

  “พระพรหม” เป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งในสาม ‘ตรีมูรติ’ ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่เป็นที่เคารพศรัทธาสืบต่อถึงศาสนาพุทธอย่างกลมกลืนมาแสนนาน เป็นพระเจ้าผู้สร้าง ผู้ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพชีวิต เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกผู้ เป็นผู้รู้ความเคลื่อนไหวของสรรพชีวิต และทรงรับฟังคำอธิษฐานของผู้ศรัทธาเสมอ ผู้บูชาพระพรหมและทำความดี จะได้รับพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ     เทวาลัยพระพรหม  สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2551 ในโอกาสที่ระลึก 80 ปี ของพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) แห่งวัดอัมพวัน โดยบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันสร้าง “เทวาลัยพระพรหม” ขึ้น ถัดจากทางเข้าวัดอัมพวันเล็กน้อย เพื่อเป็นที่ระลึกแด่พระอาจารย์ผู้เคารพรักยิ่ง และเป็นเอกลักษณ์สำคัญสืบสานตำนานเก่าแก่ของเมืองตามเจตนารมณ์ของชาวเมือง เผยแพร่ประวัติของหัวเมืองพรหมในอดีต เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้มุ่งมั่นทำความดีเพื่อประเทศชาติ ทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน (OTOP) ของจังหวัดสิงห์บุรีอีกด้วย    “เทวาลัยพระพรหม” ประดิษฐานพระพรหมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สีทองอร่าม มองเห็นแต่ไกล มี 4 พระพักตร์ 8 พระกร ทรงจักร หอยสังข์ คัมภีร์ คนโฑ คฑา บ่วง ดอกบัว และลูกประคำ ด้านหน้าประดิษฐานองค์ขนาดปกติอีกองค์หนึ่ง การสักการะขอพร จะเดินเวียนขวารอบพระพรหม 3 รอบ (ตามเข็มนาฬิกา) ขอพรทุกพระพักตร์ ... พระพักตร์แรก ‘พระพักตร์เมตตา’ ประทานพรเรื่องงาน เรียน และเรื่องรับผิดชอบในชีวิต พระพักตร์ที่สอง ‘พระพักตร์กรุณา’ ประทานพรเรื่องอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน รถ พระพักตร์ที่สาม ‘พระพักตร์มุทิตา’ ประทานพรเรื่องสุขภาพ ครอบครัว คู่ครอง และ พระพักตร์ที่สี่ ‘พระพักตร์อุเบกขา’ ประทานพรเกี่ยวกับโชคลาภ เงิน ทอง การขอบุตร คาถาบูชาว่า “โอม พราหมเณ นะมะ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา” (คำแปล) ขอเคารพพระพรหม ... เมตตา สงเคราะห์ช่วยเหลือผู้มิสุข ... กรุณา สงเคราะห์ช่วยเหลือผู้มีทุกข์ ... มุทิตา ยินดีในการบุญ ... อุเบกขา วางเฉยในบาป    การเดินทาง  เทวาลัยพระพรหมตั้งอยู่ถนนสายเอเซียหรือทางหลวงหมายเลข 32 ก่อนเข้าอำเภอพรหมบุรี ฝั่งซ้ายมือ

อ่านต่อ →

1,712
วัดกลาง
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี
16/02/2564
วัดกลาง

วัดกลาง ต.ทองเอน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เจ้าอาวาส พระครูอินทประภากร ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านสระพัง หมู่ที่ ๒ ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๑ งาน ๒๒ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือ จดถนนพัฒนาของหมู่บ้าน ทิศใต้ จดหมู่บ้าน ทิศตะวันออก จดคลองชลประทาน ทิศตะวันตก จดถนนชลประทาน ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลง เนื้อที ๓๕ ไร่ ๑ งาน ๘๖ ตารางวาโฉนด อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๗.๖๐ เมตร ยาว ๑๕.๙๐เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๕.๐๓ เมตร ยาว ๓๐.๖๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๒ เป็นอาคารไม้ หอสวดมนต์ กว้าง ๑๔.๒๐ เมตร ยาว ๒๑.๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ ๒๕๑๕ เป็นอาคารไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน๘ หลัง เป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ๖ หลังอาคารคอนกรีตเสริม เหล็ก ๒ หลัง วิหาร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๒ ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๕.๔๐ เมตร เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๑ หลัง นอกจากนี้มี ฌาปนสถาน ๑หลัง หอระฆัง ๑ หลัง กุฏิเอาวาส ๑ หลัง วัดกลาง ตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๘ เดิมทีเรียกว่า “วัดสระพัง” เพราะ บริเวณวัดมีสระเก่าแก่อยู่สระหนึ่ง ดินริมฝั่งได้พังไปเรื่อยๆ โดยมิได้ทำ การขุดลอก ชาวบ้านจึงเรียกเป็นนามว่า “วัดสระพัง” ต่อมาได้เปลี่ยน ชื่อ “วัดกลาง” โดยอาศัยเหตุผลที่เป็นวัดตั้งอยู่ท่ามกลาง ระหว่าง วัดดงยาง กับ วัดไผ่ดำ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เขต วิสุงคามสีมา กว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๑๕.๙๐ เมตร

อ่านต่อ →

940
วัดกฤษณเวฬุพุทธาราม (วัดไผ่ดำ)
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี
16/02/2564
วัดกฤษณเวฬุพุทธาราม (วัดไผ่ดำ)

ดไผ่ดำ ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ ๔ ตำบลทองเอน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี สังกัดคณะสงฆ์ ธรรมยุตมีที่ดินตั้งเนื้อที่วัด ๒๑ ไร่ ๔๖ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๒๐๐ เมตร ติดต่อกับโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการ (โรงเรียนวัดไผ่ดำ มิตรภาพที่ ๑๘๓) และที่ดินของชาวบ้าน ทิศใต้ ติดต่อ กับถนน ร.พ.ช. และสวนผลไม้ของชาวบ้าน ทิศตะวันตก ติดต่อ กับคลองชลประทาน พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบล้อมด้วยหมู่บ้านและทุ่งนาของชาวบ้าน อาคารเสนาสนะต่างๆ สร้างไว้เป็นสัดส่วน มีอุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๘ เมตร พระประธานในอุโบสถ ชื่อ พระพุทธโสภาคย์สักยมุนี ขนาดพระเพลา ๑.๓๕ เมตร เจดีย์โบราณ วัดไผ่ดำมีเจดีย์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีฐานเจดีย์กว้าง ๑๑ เมตร สูง ๙ เมตร อาคารเสนาสนะต่างๆ นอกจากโบสถ์และเจดีย์แล้วยังมีศาลาบำเพ็ญกุศล กุฏิสงฆ์จำนวนหลายหลังอาคารเสียง-เป้า ปาลวัฒน์วิไชย (อาคารเรียนหลังเก่า ปัจจุบัน ดัดแปลงเป็นที่รองรับแขกเหรื่อ ญาติโยม) หอระฆัง และฌาปนสถาน อาคาร เหล่านี้ส่วนมากเป็นอาคารถาวร วัดไผ่ดำ เป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือมากกว่านั้น เพราะมีเจดีย์เก่า แก่ปรากฎอยู่เป็นหลักฐานสภาพเกือบสมบูรณ์ ต่อมาราว พ.ศ.๒๔๖๕-๒๔๖๗ มีพระสงฆ์ อยู่จำพรรษาบ้าง ว่างเว้นไปบ้าง จนถึง พ.ศ.๒๔๗๐ สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชริญาณวงศ์โปรดให้พระสงฆ์ ในปกครองคณะธรรมยุตมาอยู่ประจำ โดยมีพระครูประพัฒนสีลคุณ (เอก ปวฑฺฒโน) เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาได้สร้าง อุโบสถหลังใหม่และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลัง วันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๐ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร วัดไผ่ดำ ได้ชื่อตามนามของหมู่บ้านไผ่ดำ เพราะพื้นที่เดิมของหมู่บ้านและ ของวัดบางส่วนเป็นป่าไผ่ดำ ปัจจุบันยังหลงเหลืออยู่บางส่วนภายในวัด วัดไผ่ดำได้พัฒนาและสนับสนุนการศึกษาทุกแผนก โดยได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม และของการศึกษานอกโรงเรียน(การศึกษาผู้ใหญ่) แก่ภิกษุ-สามเณร ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๕ – ๒๕๓๐ ปัจจุบันวัดไผ่ดำ ได้เปิดเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม(ตรี-โท-เอก) แผนกบาลี (ป.ธ.๑-๒ – ป.ธ.๕) แผนกสามัญศึกษา (ม.๑-ม.๖) เจดีย์วัดไผ่ดำ สร้างในสมัยอยุธยา เป็นเจดีย์รูปทรงระฆังคว่ำเป็นเจดีย์ เก่าที่ยังคงลักษณะสมบูรณ์ กว่าเจดีย์องค์อื่นในละแวกวัดใกล้ๆกัน จากการ บอกเล่าของคนเก่าพบว่าเป็นเจดีย์ที่ปล่อยให้ร้างอยู่ในป่าไผ่ดำ โดยขาดคน สนใจ จนกระทั่งราว พ.ศ.๒๔๖๕-๒๔๖๙ ปรากฏว่ามีพระภิกษุมาจำพรรษาอยู่ ในวัดไผ่ดำ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ซ้ำยังยังถูกนักเลงของเก่าขุด หาของเก่าในเจดีย์ ทำให้รูปเจดีย์เอียง และอิฐบางส่วนชำรุดเสียหาย จน กระทั่ง พ.ศ.๒๔๗๐ สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ โปรดให้ คณะสงฆ์สายธรรมยุตมาปกครองวัดนี้ โดยมีพระครูประพัฒนสีลณ (เอก ปวฑฺฒโน) เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก องค์เจดีย์จึงได้รับการดูแลบ้าง เท่าที่ ภูมิปัญญาและความสามารถในสมัยนั้นจะทำได้ การบูรณะเจดีย์ องค์เจดีย์ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ โดยเจ้าอาวาส คือพระครูประพัฒนศีลคุณและพระญาณวิริยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมเจติยาจารย์) ได้ร่วมกับคณะชาวบ้านไผ่ ดำร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยก่ออิฐเป็นรูปฐานสี่เหลี่ยมรอบองค์เจดีย์ที่ ชำรุดไปเพื่อไม่ให้องค์เจดีย์ทรุดลงไปอีกและสร้างซุ้มพระด้านทิศใต้ติดกับ องค์เจดีย์ เพื่อกันไม่ให้องค์เจดีย์พังทลายและในปี พ.ศ.๒๕๓๐ ชาวบ้านไผ่ ดำ ได้ร่วมกันบูรณะพื้นเจดีย์ โดยการวางอิฐตัวหนอนสีแดงรอบพื้นเจดีย์และ ทำกำแพงล้อมรอบใหม่ การบูรณะครั้งล่าสุด วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๐ ทำการบูรณะองค์พระเจดีย์ใหม่ โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และคุณ นงลักษณ์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นาย พิพัฒน์ คงมาลัย ข้าราชการพ่อค้าประชาชนชาวจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกันบูรณะ เจดีย์วัดไผ่ดำและคุณนัยนา ธรรมอารี บริจาคสีทาองค์พระเจดีย์ทั้งหมด เจดีย์ ได้รับการบูรณะเสร็จสมบูรณ์เมื่อ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๐ งบ ประมาณในการบูรณะซ่อมแซม ครั้งหลังนี้ประมาณ ๙๗๓,๐๐๐ บาท (เก้า แสนเจ็ดหมื่นสามพันบาท)

อ่านต่อ →

2,990
วัดสิงห์
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี
16/02/2564
วัดสิงห์

วัดสิงห์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธฉาย ประดิษฐานอยู่หน้าอุโบสถ พระพุทธฉาย วัดสิงห์ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นโดยจำลองจาก พระพุทธฉาย องค์จริงที่วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นพร้อมกับวัดสิงห์ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นพระพุทธรูปยืน ห้อยพระหัตถ์ทั้งสองข้างลงชิดพระวรกาย ลืมพระเนตรทอดตรงไปข้างหน้า เป็นกิริยาตรวจความพร้อมเพรียงและความเรียบร้อยของพระสงฆ์สาวก พุทธลักษณะของพระพุทธฉายมีความอ่อนช้อย และงดงาม สอดคล้องกับชื่อ ต.พระงาม อันเป็นที่ตั้งของวัดนี้ ในด้านความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปองค์นี้ มีปรากฏอย่างต่อเนื่องตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม และโชคลาภ โดยเฉพาะผู้ที่ไปกราบไหว้ขอพร เมื่อประสบความสำเร็จสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา มักจะนำ ข้าวหลาม มาแก้บน ซึ่งมีให้เห็นเป็นประจำในทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังพบว่า พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระราชบิดาแห่งราชนาวีไทย พระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ซึ่งแทบทุกครั้งที่เสด็จไปวัดปากคลองมะขามเฒ่า พระองค์จะแวะพักเรือยนต์พระที่นั่ง บริเวณวัดสิงห์แห่งนี้ เพื่อขึ้นไปสักการบูชาพระพุทธฉายเสมอ.. พิกัดวัดสิงห์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พื้นที่ตั้งวัดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันตก ด้านหลังของวัดติดต่อกับถนนเลียบกั้นคลองชลประทานสายชัยนาท – อ่างทอง

อ่านต่อ →

1,045
วัดกุฎีทอง
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี
16/02/2564
วัดกุฎีทอง

วัดกุฎีทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ในเขตตำบลบางน้ำเชี่ยว ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 400 เมตร นอกเหนือจากการเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้องพักแยกชายหญิง ห้องน้ำสะอาด ศาลาปฏิบัติธรรมสองหลัง พร้อม ๆ กับความเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของจังหวัดสิงห์บุรีแล้ว ภายในวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชม ได้แก่ มณฑปลักษณะเหมือนเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2443 โดยหลวงพ่อปัญญา อุตมะพิชัย เจ้าอาวาสวัดนี้นั่นเอง ท่านได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอดเพื่อให้ประชาชนสักการะและภายในมณฑปหลังนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทโลหะจำลอง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน แหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตชาวบ้านสมัยก่อนผ่านโบราณวัตถุต่าง ๆ เช่น เครื่องมือประกอบอาชีพ เสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมทั้งยานพาหนะต่าง ๆ ที่เป็นของเก่าแก่ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3651 2230 ในวันเสาร์-อาทิตย์ โทร. 0 3651 1902 ที่อยู่ หมู่ 3 ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 กิโลเมตรที่ 125-126 พรหมบุรี, สิงห์บุรี

อ่านต่อ →

884
พิพิธภัณฑ์เมืองพรหมบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี
16/02/2564
พิพิธภัณฑ์เมืองพรหมบุรี

พิพิธภัณฑ์เมืองพรหมบุรี ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบล หัวป่า อำเภอ พรหมบุรี จังหวัด สิงห์บุรี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะชาวบ้านตำบลหัวป่า ได้จัดงานฉลอง 100 ปีตามรอยเสด็จประพาสต้น พระปิยมหาราช เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองพรหมบุรีจะมีการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ เช่น ศิลปินแห่งชาติ เช่น ชายเมืองสิงห์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เป็นต้น มีงานศิลปะต่างๆ มากมาย ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อนวิถีชีวิตของชาวบ้านเมืองพรหม เช่น ข้อง คันไถ ถังตวง ซึ้ง ไห อุปกรณ์หาปู หาปลา เช่น ยอ แห ไซ เป็นต้น มีนิทรรศการตามรอยพระบาทของรัชกาลที่ 5 ที่เคยเสด็จมายังวัดชลอน และมีประวัติต้นกำเนิดของแม่ครัวหัวป่าอีกด้วย

อ่านต่อ →

900
12345ถัดไป →
RSS Feed

rss.description

rss.openrss.addReader